Showing posts with label ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ. Show all posts
Showing posts with label ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ. Show all posts

Monday, May 18, 2015

ถ้ายังไม่รู้ว่า เอกพจน์ พหูพจน์คืออะไร กลับไปศึกษาเรื่อง เอกพจน์ พหูพจน์ ก่อน
ประธาน เอกพจน์ คือ ผู้กระทำคนเดียว
ประธานพหูพจน์ คือ ผู้กระทำหลายคน

ประธานเอกพจน์ พหูพจน์ มีอะไรบ้าง

ประธานของประโยคส่วนใหญ่จะมาจากคำนาม และสรรพนาม (นอกจากนี้ยังมี Gerund และ  คำกริยาที่นำหน้าด้วย To)
ประธานเอกพจน์ เช่น
  1. คำนามเอกพจน์   เช่น a dog, a man, a teacher, a pen, a bank, John, Somchai, Somying….
  2. คำนามนับไม่ได้ เช่น water, coffee, paper, soap, meat, beef, sugar….
  3. สรรพนามที่หมายถึงอันเดียว เช่น He, She, It, This, That…
  4. Gerund ( กริยาเติม ing) เช่น waking (การเดิน) , sleeping (การนอน), running (การวิ่ง)….
  5. คำกริยาที่นำหน้าด้วย to เช่น To walk (การเดิน), To sleep (การนอน), To run (การวิ่ง)….
ประธานพหูพจน์ เช่น
  1. คำนามพหูพจน์ เช่น dogs, men, teachers, pens, banks….
  2. สรรพนามที่หมายถึง หลายอัน เช่น You, We, They, I, These, Those…
คำว่า I หมายถึงคนเดียว แต่ส่วนใหญ่จะใช้กริยาร่วมกัน พหูพจน์ เลยจัดให้อยู่ในหมวดหมู่นี้ มีคำกริยาตัวเดียวที่ใช้ร่วมกันเอกพจน์ คือ was และอีกตัวหนึ่งที่ใช้คนเดียวคือ am นอกนั้นใช้ร่วมกับพหูพจน์ทั้งหมด

ทำไมต้องแจงละเอียดจังเรื่องนี้

เพราะว่ามีบาง Tense ที่ประธานสองกลุ่มนี้ใช้กริยาต่างกัน เพราะฉะนั้นการศึกษาให้แตกฉานเรื่องประธานเอกพจน์กับพหูพจน์จึงมีความสำคัญ อย่างยิ่งในเบื้องต้น ยกตัวอย่างเช่น
She drinks coffee everyday. หล่อน ดื่ม กาแฟ ทุกวัน
We drink coffee everyday. พวกเรา ดื่ม กาแฟ ทุกวัน
He is drinking water. เขา กำลังดื่ม น้ำ
They are drinking water. พวกเขา กำลังดื่ม น้ำ
A dog was sleeping. สุนัขตัวหนึ่ง กำลังนอนหลับ
Dogs were sleeping. สุนัขหลายตัว กำลังนอนหลับ
เห็นความแตกต่างของภาษาไหมครับ ภาษาไทยใช้เหมือนกันไม่ว่าประธานจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ แต่ภาษาอังกฤษไม่ใช่เลย นี่คือความสำคัญของการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเบื้องต้น

ยังมีอีกไหมเกี่ยวกับประธานเอกพจน์พหูพจน์

ในการเรียนการสอนให้นักเรียนเข้าใจเรื่อง Tense ครูจะไม่พยายามใช้คำที่เราไม่คุ้นเคย หรือเอาประธานของประโยคที่เราไม่รู้จัก นำมายกตัวอย่างนะครับ เพราะจะสร้างความงุนงงเพิ่มขึ้น แทนที่จะได้ความเข้าใจ แต่ก็มีประเด็นที่เราต้องศึกษาต่ออีกนิดคือว่า
  1. ประธานที่เชื่อมด้วย and ถือว่าเป็น พหูพจน์ เช่น A dog and a cat (แมว + หมา= 2 ตัว)  A pen and a book ( ปากกา + หนังสือ = 2 อัน)
    ยกเว้นว่า มี and เป็นตัวเชื่อม แต่เป็นสิ่งๆเดียว เช่น Rice and curry is 20 baht. ข้าวราดแกง (ไม่ใช่ข้าวและแกงนะครับ) Two and one is three. สองบวกหนึ่ง (ไม่ใช่สองและหนึ่ง) The manager and owner is tall. ผู้จัดการและเป็นเจ้าของร้านด้วย (ไม่ใช่ผู้จัดการ และเจ้าของร้าน) แต่ถ้า The manager and the owner จึงจะแปลว่า ผู้จัดการและเจ้าของร้าน (สองคน)
  2. ประธานที่เชื่อมด้วย or ให้ดู คำที่อยู่หลัง or เช่น A cat or dogs ( พหูพจน์)  Dogs or a cat (เอกพจน์)
  3. One of + นามพหูพจน์ เช่น One of my friends.. ให้ยึด one (หนึ่ง) เป็นประธาน ไม่ใช่ friends ดังนั้นประธานของประโยคเป็น เอกพจน์ นะครับ ถ้าเจอแบบนี้ เพราะคำแปลคือ หนึ่งในบรรดาเพื่อนๆ
  4. นาม + บุรพบท + นาม ให้ยึดนามตัวหน้า ไม่ใช่นามที่อยู่หลังบุรพบท เช่น
    • Cats in my room  ประธานคือ Cats ไม่ใช่ room ดังนั้นประธานจึงเป็น พหูพจน์
    • A cat from those houses ประธานคือ A cat ไม่ใช่ houses ดังนั้นประธานจึงเป็น เอกพจน์
      บุรพบทที่ใช้บ่อย เช่น in on at from below behind etc…
ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ยังมีอีกเยอะเลย เดี๋ยวเราเรียนเรื่อง Tense ให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยศึกษาให้ละเอียดอีกทีในเรื่อง Subject and verb agreement (การใช้ประธานกับกริยาให้สัมพันธ์กัน)
เข้าใจเรื่อง ประธานเอกพจน์ พหูพจน์หรือยังครับ ถ้ายังไม่เข้าใจก็อ่านอีกรอบก็ได้นะครับ

หลักการใช้ was were
คำว่า was, were คือ ช่องที่ 2 ของ verb to be (is, am, are) จะว่าไปแล้วก็คือการแปลงร่างครับ เป็นสิ่งที่สร้างความปวดหัวให้กับนักเรียน
was อ่านว่า เวิส มาจาก is,am
were อ่านว่า เวอ มาจาก are
ทั้งสองคำนี้หนา แปลว่า เป็น อยู่ คือ แต่ เป็นเรื่องราวในอดีต ไม่เกี่ยวกับปัจจุบัน

โครงสร้าง

I,He, She, It, A cat
was
tall.
You, We, They, Cats
were
tall.
*** ข้อควรจำ  I ใช้ was ซึ่งเป็น Tense เดียวที่ใช้กริยาร่วมกับประธานเอกพจน์ นอกนั้นใช้กับประธานพหูพจน์ครับ จำไว้ให้ดีเชียว

การย่อรูป

  • was not เวิส น็อท >> wasn’t วอสเซินท  แปลว่า ไม่
  • were not เวอ น็อท >> weren’t  เวินท   แปลว่า ไม่
เนื่องจากว่ามันเป็นช่องที่ 2 ของ is am are ดังนั้นหลักการใช้ก็จะเหมือนกันทุกประการ ต่างกันแค่ใช้เล่าเรื่องราวในอดีต แค่นั้นเอง เช่น
I am a doctor. ผมเป็นหมอ (ไปที่โรงพยาบาลก็เจอผมเลย ผมทำงานที่นั่น)
I was a doctor. ผม (เคย) เป็นหมอ (ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว)
The weather is fine today. วันนี้อากาศดี (ท้องฟ้าแจ่มใส น่าออกไปเที่ยว)
The weather was fine yesterday. เมื่อวานอากาศดี (แสดงว่าวันนี้อากาศครึ้มทั้งวัน)
We are at school. เราอยู่ที่โรงเรียน (กำลังเรียนอยู่ โรงเรียนยังไม่เลิก)
We were at school yesterday. เมื่อวานพวกเราอยู่ที่โรงเรียน (เมื่อวานวันศุกร์ไง วันนี้วันเสาร์ไม่ต้องไปเรียน)

Was, Were  ใน Tense ต่างๆ

1. Past Simple Tense   
  •   was, were  แปลว่า เป็น อยู่ คือ  (ประธาน+ was,were + นาม
I was a student. ผม (เคย) เป็นนักเรียน (student = นาม)
We were teachers. . พวกเราเคยเป็นครู (teachers = นาม)
  • แต่บางครั้ง was, were ไม่ต้องแปล  (ประธาน+ was, were, + คุณศัพท์
I was fine. ผม(เคย)สบายดี (fine = คุณศัพท์)
She was short. หล่อน (เคย)เตี้ย ( short= คุณศัพท์)
They were smart. พวกเขา(เคย)เทห์ ( smart=คุณศัพท์)
2. Past Continuous Tense (เรียนรู้เต็มๆในเรื่อง Past continuous Tense)
  • was, were อย่าแยกแปล ให้แปลควบกับคำกริยาที่เติม ing (แปลว่า กำลัง…)
I was eating. ผมกำลังกิน
He was running. เขากำลังวิ่ง
We were  swimming. พวกเรากำลังว่ายน้ำ
เนื่องจากว่ามันเป็นช่องที่ 2 ของ is am are และหลักการใช้ในประโยคบอกเล่า คำถาม ปฏิเสธก็เหมือนกันทุกประการ จึงไม่ขออธิบายขยายความมาก ถ้านักเรียนศึกษา is am are เข้าใจดีแล้ว ก็ให้เทียบเคียงกันเอาก็จะเขาใจดีนะครับ ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อยพอเป็นพิธีแล้วกัน

ประโยคบอกเล่า

He was a student last year but he became a teacher last month.
เขา (เคย) เป็นนักเรียนเมื่อปีที่แล้ว แต่เขากลายเป็นครูเมื่อเดือนที่แล้ว
She’s was angry because she didn’t see you at the party.
หล่อนโกรธเพราะหล่อนไม่เห็นคุณที่งานปาร์ตี้
They were at school yesterday. They studied math all day.
พวกเขาอยู่ที่โรงเรียนเมื่อวานนี้ พวกเขาเรียนคณิตทั้งวัน

ประโยคคำถาม

Was he a student last year? ปีก่อนเขาเป็นนักเรียนใช่
Yes, he was. / No, he wasn’t. ใช่ / ไม่ใช่
Wasn’t she angry?  หล่อนไม่โกรธใช่ไหม
Yes, she was. / No, she wasn’t. ใช่ / ไม่ใช่
Were they at school yesterday?พวกเขาอยู่ที่โรงเรียนใช่ไหมเมื่อวานนี้
Yes, they were. / No, they weren’t. ใช่ / ไม่ใช่

ประโยคปฏิเสธ

He wasn’t a student last.
เขา ไม่(เคย) เป็นนักเรียนเมื่อปีที่แล้ว
She’s wasn’t angry.
หล่อนไม่โกรธ
They weren’t at school yesterday.
พวกเขาไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเมื่อวานนี้

ประโยคคำถาม Wh-

Who was in your room yesterday? ใครอยู่ในห้องคุณเมื่อวานนี้
It was my brother. น้องชายฉันเอง
Where were you last week? สัปดาที่แล้วคุณอยู่ที่ไหน
I was in Rome. ฉันอยู่ในกรุงโรม
How was your brother yesterday. พี่ชายคุณเป็นอย่างไรบ้างเมื่อวานนี้
He was not fine. He had a cold. เขาไม่สบาย เขาเป็นหวัด
Subscribe to RSS Feed Follow me on Twitter!